ตรวจสอบบัญชี

ตรวจสอบบัญชี  

วัตถุ ประสงค์ของการตรวจสอบบัญชีคือ แสดงให้เห็นว่าการจัดทำบัญชีได้ปฏิบัติตามมาตรฐาน มีความถูกต้องตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป และแสดงความเห็นต่องบการเงินของกิจการว่ามีความถูกต้องตามควรในสาระสำคัญและ ได้แสดงข้อมูลที่จำเป็น เพื่อให้ผู้อ่านงบการเงินได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอ ซึ่ง กฎหมายบัญชีและ ภาษี กำหนดให้นิติบุคคลต้องมีการตรวจสอบบัญชีงบการเงิน
สิ่งที่ได้รับ

1    .ตรวจสอบโดยทีมงานผู้มีความชำนาญและได้รับอนุญาตที่ได้รับมาตรฐาน ตามมาตรฐานการสอบบัญชีที่รับรองทั่วไป

2.   ให้ความเห็นต่อการจัดทำบัญชีของบริษัทที่พบระหว่างการปฏิบัติงาน ให้ผู้บริหารทราบและเสนอแนวทางที่ถูกต้อง

3.  นำผลการตรวจสอบและข้อสังเกตุที่ได้รับ ใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงระบบการควบคุมภายในของบริษัทให้ดีขึ้น

 ลักษณะของการตรวจสอบที่ให้บริการ  (Nature of the audit services)

1.ตรวจสอบงบการเงินครึ่งปี, ประจำปี

2.ตรวจงบการเงินนิติบุคคลอาคารชุด

3.ตรวจสอบภายในแบบเต็มรูปทั้งองค์กร หรือเฉพาะหน่วยงานเช่นบัญชีลูกหนี้(การมีอยู่จริง), บัญชีสินค้า(นับของจริง)

4.ตรวจบัญชีภาษีอากร

Audit

Audit

ตรวจสอบบัญชี

   ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้อธิบายถึงสิ่งที่คุณควรคาดจะได้รับจากการ ตรวจสอบบัญชี และ วิธีการเตรียมตัวของคุณเพื่อให้เกิดความสะดวกกับคุณและผู้ตรวจสอบบัญชี และ ยังหารือวิธีการอุทธรณ์การตรวจสอบบัญชีหากคุณไม่เห็นด้วยกับผลการตรวจสอบ  โดยทั่วไปแล้ว บัญชีต่างๆ จะต้องได้รับการตรวจสอบในช่วงระยะสามปี ช่วงเวลาที่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจหมดอายุ  หรือ มีการตรวจสอบใบอนุญาตประกอบ  ธุรกิจอื่นที่ผู้เสียภาษี หรือผู้จ่ายค่าธรรมเนียมถือครองอยู่  และ อาจเริ่มดําเนินการตรวจสอบบัญชีหลังจากกที่ได้รับข้อมูล  จากแหล่งข้อมูลภายนอกเรียบร้อยแล้ว สิ่งสําคัญที่ต้องระลึกไว้คือ การดําเนินการตรวจสอบบัญชี  จะอยู่ภายใต้กฎหมาย และ นโยบาย ของ กรมสรรพสามิตแห่งมลรัฐแคลิฟอร์เนีย (BOE) โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง คุณควรระลึกไว้เสมอว่า: ผู้ตรวจสอบบัญชีของเราจะตัดสินว่าคุณรายงานจํานวนภาษีหรือค่าธรรมเนียมอย่างถูกต้องหรือไม่ด้วยความยุติธรรม จะมีการพิจารณาการชํา ระภาษีไว้เกินจํานวนและการชําระภาษีไม่ครบจํานวนในระหว่างการตรวจสอบบัญชี

จัดเตรียมบันทึกหลักฐานตามข้อกําหนดของระเบียบข้อบังคับ 1698 บันทึกหลักฐาน ต่างๆ

•โปรแกรมการตรวจสอบภาษีของเรามีวัตถุประสงค์แก้ไขความผิดพลาดที่เป็นผลมาจากการรายงานน้อยกว่าความเป็นจริงหรือสูงกว่าความเป็น
จริงและเพื่อแจ้งให้คุณทราบถึงวิธีการรายงานภาษีหรือค่าธรรมเนียมอย่างเหมาะสม ในระหว่างการตรวจสอบบัญชี คุณสามารถถามคําถามต่างๆ
เกี่ยวกับกฎหมายที่กํากับดูแลภาษีหรือค่าธรรมเนียม หรือข้อกําหนดเกี่ยวกับการรายงานภาษีของคุณ

ผู้ตรวจสอบบัญชีของเราจะดําเนินการตรวจสอบภาษีอย่างมืออาชีพ มีความสุภาพและด้วยความเต็มใจ

•บ่อยครั้งที่การตรวจสอบบัญชีมิได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับจํานวนภาษีหรือค่าธรรมเนียมที่ค้างชําระ
การตรวจสอบบัญชีจะแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทหรือขนาดของธุรกิจและปัญหาที่เกี่ยวข้อง เอกสารเผยแพร่ฉบับนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้
เป็นคู่มือที่ให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม คุณสามารถเยี่ยมชมที่หรือคุณสามารถติดต่อแผนกที่บริหารจัดการ
ด้านการจัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมที่คุณมีข้อสงสัย (โปรดดูที่หัวข้อรายละเอียดเพิ่มเติม) หากคุณได้รับทราบกําหนดเวลาในการตรวจสอบบัญชีไว้แล้ว คุณควรส่งคํา

ถามไปยังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลบัญชีของคุณโดยตรง เจ้าหน้าที่ของเราจะปฏิบัติตามนโยบายและกระบวนการที่จัด
เตรียมไว้ในคู่มือการตรวจสอบบัญชีและการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างจริงจัง โดยธรรมชาติแล้ว คู่มือเหล่านี้ ถึงแม้จะมีเนื้อหาในเชิงเทคนิค แต่มีการเผยแพร่ให้
คุณอ่านและอาจช่วยให้คุณปฏิบัติตามกระบวนการตรวจสอบบัญชีที่จะใช้ในการตรวจสอบบัญชีของคุณก็เป็นได้ คุณสามารถเข้าชมและ/หรือดาวน์โหลดคู่มือ
ดังกล่าวได้ที่อีกทั้ง คู่มือการตรวจสอบบัญชีและการปฏิบัติตามกฎหมายของเรายังสั่งซื้อได้จากเว็บไซต์ของเราที่คุณยังสามารถขอให้ผู้ตรวจสอบบัญชีแนะนําเอกสารเผยแพร่ฉบับอื่นๆ ของเราที่เขียนขึ้นสําหรับอุตสาหกรรมของคุณโดยเฉพาะหรือหน้าเว็บเฉพาะอุตสาหกรรมของเราได้เช่นกัน เพื่อเป็นการป้องกันตัวคุณ จะเป็นการดีที่สุดที่จะขอรับคําแนะนําด้านภาษีเป็นลายลักษณ์อักษร (โปรดดูที่หัวข้อรายละเอียดเพิ่มเติม)
เมื่อใช้เอกสารเผยแพร่ฉบับนี้กับโปรแกรมภาษีอื่นนอกเหนือจากภาษีการขายและการใช้สินค้า โปรดทราบว่าอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยในกระบวนการบางส่วน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐอาจเข้ามาเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบบัญชีของคุณ (โปรดดูรายการของโปรแกรมอื่นทภาคผนวก)

(วัตถุประสงค์ของการตรวจสอบบัญชี)

  วัตถุประสงค์ของการตรวจสอบบัญชีคือเพื่อพิสูจน์ว่า คุณได้รายงานแบบแสดงภาษีหรือค่าธรรมเนียมของคุณอย่างถูกต้อง ภาคผนวกจะอธิบายถึงสิ่งที่ผู้ตรวจ
สอบบัญชีต้องตัดสินในการตรวจสอบบัญชีและประเภทของบันทึกหลักฐานที่อาจมีการร้องขอเพื่อการตรวจสอบโดยอิงกับประเภทของภาษีและค่าธรรมเนียมที่
อยู่ระหว่างการพิจารณา
ตัวอย่างเช่น การตรวจสอบภาษีการขายและการใช้สินค้า ผู้ตรวจสอบบัญชีต้องการตัดสินใจในข้อมูลเกี่ยวกับแบบแสดงที่คุณได้ยื่นไว้ดังต่อไปนี้:

•คุณได้รายงานรายรับรวมทั้งหมดจากการขายทรัพย์สินส่วนบุคคลที่จับต้องได้ และค่าแรงและค่าบริการที่ต้องมีการชําระภาษีหรือไม่

•คุณได้รายงานค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองที่ใช้ในธุรกิจทั้งหมดที่คุณซื้อโดยไม่เสียภาษีจากผู้จําหน่ายภายนอกรัฐหรือสําหรับการ
ขายต่อที่อาจมีการเรียกเก็บภาษีการใช้สินค้าหรือไม่

•คุณขอหักลดหย่อนภาษีอย่างถูกต้องหรือไม่

•คุณลงรายการภาษีท้องถิ่นอย่างถูกต้องหรือไม่

•คุณใช้อัตราภาษีที่ถูกต้องเมื่อมีการรายงานการขายในพื้นที่เรียกเก็บภาษีอัตราพิเศษหรือไม่

•คุณยื่นเสียภาษีสําหรับการขายและการใช้ทรัพย์สินส่วนบุคคลที่จับต้องได้ของคุณอย่างถูกต้องหรือไม่

เป้าหมายของผู้ตรวจสอบบัญชีคือ การตอบคําถามเหล่านี้อย่างถูกต้องที่สุดเท่าที่จะทํา
ได้โดยใช้เวลาน้อยที่สุด


การเตรียมการเบื้องต้น

การติดต่อครั้งแรก
       เพื่อให้เป็นไปตามสาระสําคัญของนโยบาย น้อยครั้งที่เราจะเริ่มตรวจสอบบัญชีโดยไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เราพบว่า การตรวจสอบบัญชีมีแนวโน้มที่จะดําเนิน
การแล้วเสร็จอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อธุรกิจมีเวลาเตรียมการการติดต่อครั้งแรกมักเป็นการติดต่อทางโทรศัพท์ หากไม่สามารถติดต่อคุณทางโทรศัพท์ได้ ผู้ตรวจสอบบัญชีอาจเขียนจดหมายหรือไปพบคุณในสถานประกอบการของคุณ ในระหว่างการติดต่อครั้งแรก ผู้ตรวจสอบบัญชีจะแจ้งช่วงเวลาในการตรวจสอบบัญชีให้คุณทราบ (มักจะเป็นช่วงเวลาสามปี) และจะสอบถามเกี่ยวกับการดําเนินธุรกิจของคุณ รวมถึงประเภทของบันทึก หลักฐานที่คุณเก็บไว้ อีกทั้ง ผู้ตรวจสอบบัญชีจะแจ้งให้คุณทราบถึงบันทึกหลักฐานทางธุรกิจที่คุณควรเตรียมให้พร้อมสําหรับการตรวจสอบบัญชีและจะถามเกี่ยวกับวันที่คุณสะดวกและสถานที่ในการเริ่มตรวจสอบบัญชี
หากคุณต้องการให้การตรวจสอบบัญชีดําเนินการโดยตัวแทนที่ได้รับอนุญาต อาทิ เช่น สมุห์บัญชีหรือเจ้าหน้าที่บัญชีของคุณ คุณควรแจ้งกับผู้ตรวจสอบบัญชีในระหว่างการติดต่อครั้งแรกนี้ จากนั้น ผู้ตรวจสอบบัญชีจึงสามารถจัดการนัดหมายกับตัวแทนของคุณได้หากมีการนัดหมายเพื่อตรวจสอบบัญชีทางโทรศัพท์ คุณจะได้รับจดหมายยืนยันวันที่จะเริ่มตรวจสอบบัญชีและสําเนาของเอกสารเผยแพร่ฉบับที่ 70การทําความเข้าใจสิทธิของคุณในฐานะที่เป็นผู้เสียภาษีของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย

การกําหนดเวลานัดหมาย

ผู้ตรวจสอบัญชีสามารถปรับเปลี่ยนวันที่เริ่มต้นและสถานที่ในการตรวจสอบบัญชีได้ โดยปกติแล้ว คุณจะมีเวลาในการเตรียมตัวนานสูงสุดถึงสองหรือสามสัปดาห์หากคุณต้องการเวลามากกว่านั้น คุณสามารถขอยืดเวลาออกไปนานกว่านั้นได้การยืดเวลาและการสละสิทธิ์:ผู้ตรวจสอบบัญชีอาจขอให้คุณลงชื่อในหนังสือสละสิทธิ์การจํากัดเวลาสําหรับการยืดเวลาที่มีนัยสําคัญ เอกสารฉบับนี้เป็นเอกสารการขยายข้อกําหนดทางกฎหมายหากมีการตัดสินใจด้านภาษีหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมภายในระยะเวลาสามปีดังที่กําหนดไว้ตามกฎหมายอีกทั้ง เอกสารฉบับนี้ยังอนุญาตให้คุณยื่นคําร้องขอคืนภาษีสําหรับช่วงเวลาที่หนังสือสละสิทธิ์คุ้มครองอยู่ หากคุณร้องขอการยืดเวลาและมีสินเชื่อหรือการขอคืนภาษีเข้ามาเกี่ยวข้อง ผู้ตรวจสอบบัญชีอาจร้องขอให้คุณลงชื่อในหนังสือสละสิทธิ์ในดอกเบี้ยสินเชื่อเช่นกัน หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแบบฟอร์มการสละสิทธิ์ฉบับใดก็ตาม คุณควรหารือกับผู้ตรวจสอบบัญชีถึงแม้ว่าเราต้องการจะดํานินการตรวจสอบบัญชีในสถานประกอบการของคุณมากกว่า แต่การตรวจสอบบัญชีสามารถดําเนินการในสถานที่อื่นได้ ตัวอย่างเช่น การตรวจสอบบัญชีสามารถดําเนินการที่สํานักงานของสมุห์บัญชีหรือที่สํานักงานภาคสนามแห่งใดแห่งหนึ่งของเราหากการตรวจสอบบัญชีดําเนินการในสถานประกอบการของคุณ คุณควรจัดเตรียมพื้นที่สําหรับการทํางาน ปลั๊กไฟและแสงสว่างให้เพียงพอ หากจําเป็นต้องมีการตรวจสอบบัญชีในสํานักงานภาคสนาม คุณจะต้องทิ้งบันทึกหลักฐานต่างๆ ที่จําเป็นไว้ที่สํานักงานและยอมรับการรับบันทึกหลักฐานดังกล่าว ถึงแม้จะไม่ได้ดําเนินการตรวจสอบบัญชีในสถานประกอบการของคุณ แต่ผู้ตรวจสอบบัญชียังสามารถขอเยี่ยมชมสถานที่ของคุณเพื่อให้เข้าใจถึงการดําเนินธุรกิจของคุณได้ดียิ่งขึ้น

กฎหมายกําหนดระยะเวลาการบังคับ

โดยทั่วไปแล้ว การยื่นแบบแสดงภาษีสําหรับผู้เสียภาษีทั้งหมด ที่ไม่ใช่ผู้เสียภาษีที่มีใบอนุญาตและเลือกที่จะรายงานภาษีการใช้สินค้าในการยื่นแบบแสดงภาษีเงิน
ได้แห่งมลรัฐแคลิฟอร์เนีย กฎหมายกําหนดระยะเวลาการบังคับจะมีระยะเวลาสามปี อย่างไรก็ตาม สําหรับผู้เสียภาษีที่ไม่สามารถยื่นแบบแสดงภาษีได้ กฎหมายกําหนดระยะเวลาการบังคับจะมีระยะเวลาแปดปีจํานวนที่ค้างชําระและหนี้ที่ครบกําหนดชําระเงินสําหรับช่วงเวลาการรายงานภาษีก่อนวันที่ 1 มกราคม 2003 อาจอยู่ภายใต้กฎหมายที่ขยายเวลาการบังคับตามกฎหมายออกไปหาก

•คุณไม่ได้เข้าร่วมในโครงการนิรโทษกรรมทางภาษีในปี 2005 หรือ

•พบว่ามีการฉ้อโกงหรือมีเจตนาเลี่ยงภาษี

โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2009 เมื่อมีการประกาศผลการตัดสินว่ามีการชําระภาษีไม่ครบถ้วน (การเรียกเก็บเงิน) ต่อผู้ที่รับผิดชอบในบริษัท ห้างหุ้นส่วนห้างหุ้นส่วนจํากัด หรือบริษัทจํากัดที่ปิดกิจการ ยุติการดําเนินกิจการ หรือถูกเลิกกิจการ เราอาจทําการเรียกเก็บเงินก่อนหน้า

 

คลิกที่รูปเพื่อ Share: